ดัชชุน ประวัติความเป็นมาของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน

ดัชชุน ประวัติความเป็นมาของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน

 ดัชชุน ในปัจจุบันนั้นประวัติของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนไม่ได้มีการกล่าว บันทึก หรือมีการยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าความเป็นมาของต้นสายพันธุ์เกิดจากอะไร เริ่มต้นที่ประเทศไหน หรือเริ่มต้นในโซนทวีปใดของโลก ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในแขนงต่าง ๆ ได้มีการคาดเดาถึงที่มาหรือต้นกำเนิดกันไปมากมาย และแตกต่างกันออกไป แต่ข้อเท็จจริงที่สามารถทราบได้เบื้องต้นเลย คือ สุนัขสายพันธุ์ดัชชุนเริ่มต้นเป็นที่นิยมในประเทศเยอรมันตั้งแต่ก่อนช่วงศตวรรษที่ 15 และแต่เดิมนั้นสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนจะมีขนาดใหญ่ เนื่องจากวัตถุประสงค์หลัก ๆ ที่เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้คือเพื่อจะนำไปใช้ในการล่าสัตว์ โดยหากเป็นสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนที่มีขนาดใหญ่จะสามารถนำมาใช้เพื่อล่าเหยื่อได้ เช่น สุนัขจิ้งจอก และกวาง เป็นต้น และขนาดเล็กกว่าจะนำมาใช้ล่ากระต่าย และพังพอน แม้ว่าสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนจะมีขาที่ค่อนข้างสั้น แต่แรงขาของสุนัขสายพันธุ์นี้มีแรงเยอะมาก สามารถนำไปใช้เพื่อการขุดล่อเหยื่อ ให้เหยื่อเหล่านั้นติดกับดัก ทั้งเป็นการขุดเพื่อให้เหยื่อออกมาจากโพรง หรือเป็นหลุมเพื่อล่อให้เหยื่อเข้าไปในโพรงหรือหลุมที่ขุดเอาไว้ ทำให้การล่าเหยื่อง่ายและทุนแรงเป็นอย่างมาก

ต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สุนัขสายพันธุ์ดัชชุนถูกนำมาเลี้ยงเพื่อความสวยงามแทนการนำไปเพื่อการล่าสัตว์ และได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเมื่อกลุ่มราชวงศ์ เช่น พระราชินีวิกตอเรียได้ทรงเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน ทำเหล่าเหล่านักเพาะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น  โดยจะปรับให้มีขนาดเล็กลงกว่าสุนัขล่าสัตว์ทั่วไป และเมื่อได้ผ่านการปรับและพัฒนาขึ้นก็ได้มีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนเพื่อความสวยงามมากยิ่งขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่หลายไปในทั่วโลก

ลักษณะภายนอกหรือทางกายภาพและลักษณะนิสัยของสุนัข สายพันธุ์ดัชชุน

ดัชชุน

                ลักษณะภายนอกหรือลักษณะทางกายภาพเบื้องต้นของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนในปัจจุบันนั้นจะมีขนาดที่เล็กลงมา เนื่องจากการเพาะเลี้ยงที่สร้างมาให้ตรงกับความต้องการของผู้เลี้ยง คือ เปลี่ยนจากการเลี้ยงเพื่อล่าสัตว์กลายมาเป็นการเยงเพื่อความสวยงาม รวมทั้งเลี้ยงไว้เพื่อนำมาเป็นสุนัขเพื่อการประกวดอีกด้วย โดยรูปร่างของสุนัขสายพันธุ์นี้คือ มีช่วงลำตัวที่ค่อนข้างยาว และเป็นสายพันธุ์ที่มีกล้ามเนื้อเยอะ จะมีช่วงขาที่ส้น และในส่วนของอุ้งเท้าของดัชชุนจะไม่ใหญ่มาก อุ้งเท่าจะมีลักษณะเป็นใบพาย เพื่อให้ง่ายต่อการขุดดินหรือขุดเพื่อคุ้ยหาสิ่งของ ในส่วนของผิวหนังของดัชชุนจะเป็นผิวหนังหย่อน เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าหรือชอนไชเข้าไปในพื้นที่แคบ ๆ ได้โดยที่ผิวหนังของดัชชุนจะไม่เสียดสีจนทำให้เกิดการขาดหรือเป็นแผลได้ง่ายจนเกินไป และลักษณะของขนก็จะแบ่งออกเป็นสามแบบ คือ ขนสั้น ขนยาว ละขนตั้งจะเป็นลักษณะทางเหยียดตรงออกไป สีขนของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนจะมีสีดำ น้ำตาล เทา และเป็นแบบลาย นอกจากนี้ ส่วนที่น่าสนใจเลยคือ ดัชชุนจะมีหน้าหรือส่วนของจมูกที่ยาวยื่นออกมา รวมทั้งยังมีส่วนจมูกที่ใหญ่เพื่อง่ายต่อการดมกลิ่น และที่สำคัญเนื่องจากลำตัวที่ยาวจึงทำให้ดัชชุนที่พื้นที่ของปอดที่ใหญ่และมีช่วงช่องอกที่ลึก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ เอื้ออำนวยต่อการวิ่งล่าสัตว์ ในส่วนของอายุขัยเฉลี่ยของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนเลยคือ ประมาณ 12 ปี แต่หากทางผู้เลี้ยงมีการดูแลเอาใจใส่ทั้งด้านอาหารการกิน การออกกำลังกายให้สุนัข รวมถึงดูแลสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงอย่างดัชชุนออกมาเป็นอย่างดีจะสามารถอยู่ได้ยาวนานกว่า 14 ปีเลยทีเดียว ถือว่าเป็นสัตว์ขนาดกลางและเล็กที่มีอายุขัยที่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

                จากที่อธิบายไปจะเห็นได้ว่า แม้ช่วงตัวจะถูกทำให้มีขนาดที่ลดต่ำลงมาก็ตาม แต่ลักษณะภายนอกหรือลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ ของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนนั้นยังคงเอาใช้เพื่อการล่าสัตว์เป็นหลักอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นส่วนขาที่ช่วยในการขุด ผิวหนังที่ช่วยในการผาดผ่านช่องแคบหรือช่องไม้เล็ก ๆ จมูกที่ยาวและใหญ่ทำให้การดมกลิ่นมีประสิทธิภาพ และยังมีช่วงอกที่ลึกทำให้สะดวกต่อการหายใจเพื่อวิ่งล่าสัตว์อีกด้วย จะเห็นได้ว่า แม้มนุษย์จะพยายามเพาะเลี้ยงให้มีลักษณะเพื่อความสวยงามเพียงใด แต่ลักษณะทางกายภาพก็ยังสร้างมาเพื่อเอื้อต่อการใช้ที่แท้จริงหรือการใช้งานดั้งเดิมของสุนัขให้เห็น และนอกจากลักษณะภายนอกหรือลักษณะทางกายภาพและนั้นก็ยังมีลักษณะภายในหรือนิสัยของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนที่ได้แสดงให้เห็นถึงอดีตว่าสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนถูกเลื้ยงและนำมาใช้เพื่อการล่าสัตว์ เช่น มีนิสัยความซุกซน แรงเยอะ(บางตัวนับว่ามีความสามารถในการทำลายข้าวของค่อนข้างสูง จำเป็นต้องสอนอย่างดีตั้งแต่เด็ก) มีความฉลาด มีสัญชาตญาณในการล่าสัตว์ที่ยังคงมีและหลงเหลืออยู่ให้เห็น ฉะนั้นผู้เลี้ยงควรที่จะมีการปล่อยให้สัตว์ได้มีการออกไปเดินเล่น ในพื้นที่กว้างเพื่อให้ได้วิ่งเล่นและออกกำลังกาย แต่ไม่เหมาะที่จะนำไปเจอสุนัขอื่น ๆ เป็นจำนวนมากจนเกินไป เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนไม่ชอบการสุงสิง ชอบที่จะอยู่สันโดษตัวคนเดียวมากกว่า และชอบที่จะปลีกวิเวกอยู่ตัวเดียวมากกว่า หากเกิดสถานการณ์ เช่น เดินเล่นในสวนและเจอเพื่อนสุนัขตัวอื่น ดัชชุนก็อาจจะมีการแสดงท่าทางขู่หรือเมินอีกฝ่าย แต่หากเคยรู้จักหรือสนิกแล้วจะแสดออกว่าสามารถเข้ามาเล่นด้วยได้ เพราะสัญชาตญาณในการล่าสัตว์แต่ในอดีตทำให้ตัวของสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนสามารถมองและมีการประเมินได้ว่าสัตว์ที่เจอหรือคนอื่นที่เจอนั้นมีความรู้สึกชอบไม่ชอบตน หรือเป็นมิตรกับตนหรือไม่ มากน้อยเพียงใดก็สามารถประเมินออกได้อย่างดี ดังนั้นการแสดงออกของดัชชุนนั้นเกิดจากการมองและประมาณถึงคู่ตรงข้ามแล้วว่ามาอย่างเป็นมิตรหรือมาเพื่อข่มขู่

ข้อควรระมัดระวังในการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ ดัชชุน

เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์ดัชชุนมีลักษณะที่ขาสั้นและลำตัวที่ยาว ฉะนั้นการกระโดดลงมาจากที่สูง เช่น โซฟา หรือการลงบันไดหลายขั้นอาจจะส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือส่งผลถึงปัญหาด้านกระดูกของดัชชุนได้ ฉะนั้นสิ่งที่ความทำคือหลีกเลี่ยงกิจกรรมดังกล่าว และควรที่จะสังเกตน้ำหนักของดัชชุนว่ามีน้ำหนักสูงเกินไปหรือไม่ เพราะอาจจะส่งผลต่อขาที่ต้องรับน้ำหนักได้เช่นกัน

ดัชชุน