มอลทีส ประวัติของสุนัขสายพันธุ์ ชื่อดังต้าวตัวเล็ก

มอลทีส ประวัติของสุนัขสายพันธุ์ ชื่อดังต้าวตัวเล็ก

มอลทีส สุนัขสายพันธุ์ จัดเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก หรือกล่าวได้ว่าสุนัขสายพันธุ์อยู่ในกลุ่มสุนัขไซส์ทอย ซึ่งสุนัขพันธุ์มอลทีสนั้น ตามประวัติศาสตร์ แต่เดิมมีถิ่นกำเนิดอยู่ ณ แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Central Mediterranean Area) โดยชื่อสายพันธุ์ของสุนัขชนิดนี้สันนิษฐานหลากหลายข้อ เช่น บางที่สันนิษฐานว่าเดิมมีความเป็นมาจากที่มาจากเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของประเทศที่ชื่อว่ามอลต้า (Malta) เกาะเล็กๆทางตอนใต้ของเมือง Sicily หรือในบางที่ถูกสันนิษฐานว่ามอลทีสมีต้นกำเนิดมาจากเกาะเอเดรียติก (Adriatic island) ของประเทศโครเอเชีย (Mljet) หรืออีกข้อสันนิษฐานเลยคือ สุนัขสายพันธุ์มอลทีสมาจากเขตชุมชนซิซิเลีย (Sicilian) ในเมืองเมลิต้า (Melita)

แรกเริ่มนั้นสุนัขสายพันธุ์มอลทีส ได้รับการยอมรับและจดทะเบียนจากองค์กร The Fédération cynologique internationale (FCI) เฉพาะในประเทศอิตาลี (Italy) ในปี ค.ศ.1954 เท่านั้น แต่ภายหลังจากนั้นสุนัขสายพันธุ์มอลทีสได้ถูกนำมาเลี้ยงในเมืองอินเตอร์ลาเคน (Interlaken) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้ในเวลาต่อมาองค์ดังกล่าวก็ได้มีการขึ้นทะเบียนให้มอลทีสเป็นพันธุ์สุนัขที่ได้รับการยอมรับทั่วไปหรือกล่าวคือได้รับการยอมรับอย่างทั่วโลกและแพร่หลายในวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.1989 และข้อมูลลักษณะรวมถึงข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ของสุนัขพันธุ์มอลทีสได้ถูกนำมาแปลภาษาจากภาษาอิตาลีเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ.1998 และภายหลังสมาคม The American Kennel Club (AKC) ก็มีการรับการขึ้นทะเบียนพันธุ์ของสุนัขสายพันธุ์มอลทีส ในปี ค.ศ. 1888 และได้มีการพิจารณาเพื่อการปรับปรุงข้อมูลพันธุ์ของสุนัขสายพันธุ์มอลทีสล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ.1964 ที่ผ่านมา

เป็นเวลาที่นานกว่า 28 ศตวรรษที่สุนัขสายพันธุ์มอลทีสนั้นได้ถูกจัดให้อยู่เป็นสุนัขสายพันธุ์ได้รับความนิยมแบบชั้นสูงในโลกของสุนัข จากที่กล่าวมาข้างต้นว่าผู้เชี่ยวชาญมีความเชื่อเกี่ยวกับสุนัขสายพันธุ์มอลทีสมีจุดต้นกำเนิดจากหลากหลายที่ แต่ที่ที่มีการกล่าวถึงเป็นอย่างมากคือ ต้นกำเนิดจาก มอลต้า (Malta) เกาะเล็กๆทางตอนใต้ของเมือง Sicily ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับสุนัขที่มีเกียรติอย่างสายพันธุ์มอลทีส เนื่องจากมอลต้านับได้ว่าเป็นเมืองที่มีอารยธรรมอันโดดเด่นและมีความมั่งคั่งเป็นอย่างมาก

สุนัชสายพันธุ์มอลทีสเป็นสุนัขที่เคยถูกบันทึกข้อมูลในช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนาน ว่าในอดีตเคยมีเจ้าของหรือผู้เลี้ยงที่เป็นผู้สำเร็จราชการของเมืองมอลต้าในช่วงเวลาศตวรรษที่ 1 ได้มีการบันทึกถึงคำอธิบายลักษณะต่าง ๆ ของน้องหมาสายพันธุ์ที่มีชื่อว่า อิสซ่า ไว้ว่าเป็นสุนัขที่ร่าเริง บริสุทธิ์ อ่อนโยน และมีค่ายิ่งกว่าอัญมณีใด ๆ  รวมทั้งนักเขียนท่านอื่นที่มีชื่อว่า เอลเดอร์ และ สตาร์โบ ได้มีการเขียนบรรยายถึงความน่ารัก สวยงาม และความมีเสน่ห์ที่ยากจะต้านทานได้ถึงขนาดที่เล็กน่ารัก น่าเอ็นดูของสุนัขสายพันธุ์มอลทีส นอกจากนี้ในอดีตชาวกรีกได้มีการสร้างสุสานเพื่อสุนัขสายพันธุ์มอลทีสที่น่ารักของพวกเขา

และในช่วงของศตวรรษที่ 5 สุนัขสายพันธุ์อันหรูหราเหล่านี้มักจะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งในศิลปะเซรามิกของชาวกรีก และที่สำคัญมีหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้มีการแสดงให้เห็นว่าสุนัขสายพันธุ์มอลทีสเคยมีเจ้าของที่เป็นชาวอียิปต์โบราณที่มีการกล่าวว่าอาจจะบูชาสุนัขแสนน่ารักเหล่านี้

มอลทีส ลักษณะภายนอกหรือลักษณะทางกายภาพของสุนัขสายพันธุ์

ภาพรวมของส่วนหัวกะโหลกของสุนัขสายพันธุ์มอลทีสค่อนข้างเป็นทรงกลม ส่วนของจมูกมียื่นยาวมาปานกลางและปลายจมูกมีสีดำ แต่จะสามารถเปลี่ยนเป็นสีชมพู หรือเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนได้ ในกรณีที่น้องสุนัขสายพันธุ์มอลทีสถูกเลี้ยงรูปแบบระบบปิดและไม่โดนแดดมากเกินไป สิ่งนี้จะเรียกได้ว่า Winter nose และเมื่อเวลาผ่านไปสักพักจมูกของน้องมอลทีสจะกลับมาเป็นสีดำเหมือนเดิม แต่หากเป็นกรณีที่สุนัขสายพันธุ์มอลทีสโดนแดด รูปร่างของสุนัขสายพันธุ์มอลทีสจะกลายเป็นยาวสมส่วนกับส่วนสูงมากขึ้น หน้าจะเรียวขึ้น ส่วนของหูจะมีขนปกคลุมยาวลงมา และบริเวณของดวงตาและขอบตาจะเป็นสีดำสนิท โดยจะเรียกลักษณะที่เกิดขึ้นว่า Halo นับเป็นลักษณะเด่นอีกอย่างของสุนัขสายพันธุ์มอลทีส

และในลักษณะของขนมอลทีสจะจัดเป็นสุนัขขนยาว มีความนุ่มลื่นคล้ายเส้นไหมสวย ซึ่งเจ้าของหรือผู้เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์มอลทีสมักจะเลือกตัดขนของมอลทีสให้สั้นลง จนเป็นทรง puppy cut ให้เหลือความยาวโดยประมาณแค่ 1-2 นิ้วเท่านั้น เพื่อทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดขนของสุนัขพันธุ์นี้ และอีกสิ่งที่สำคัญเลย คือ

ผู้เลี้ยงควรจะมีการแปรงขนให้แก่สุนัขสายพันธุ์มอลทีสทุกวัน เพื่อป้องกันขนของมอลทีสเกิดพันกัน

  • ในส่วนของสีขนบริเวนหูมักจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ (Pure white),
  • สีครีม (Cream),
  • สีเหลืองอ่อนคล้ายสีของเลม่อน (Light lemon),
  • หรือสีขาวงาที่มีความเงาสวย (Pale ivory)

โดยปกติแล้วในกลุ่มของผู้เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์มอลทีสจะไม่มีความนิยมหรือเน้นไปในสีใดสีหนึ่งเป็นหลัก และนอกจากสีที่กล่าวไป บางครั้งอาจจะพบสีอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ยกตัวอย่างเช่น สีส้มอ่อน (Pale orange) เป็นสีที่สามารถสันนิษฐานได้เลยว่าเกิดจากความผิดปกติของกรรมพันธุ์ของสุนัขสายพันธุ์มอลทีส

ในส่วนของลักษณะของขนาดตัว สุนัขสายพันธุ์มอลทีสเมื่อโตเต็มวัยแล้วนั้น จะมีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5-12 ปอนด์ หรือเปรียบได้เป็นน้ำหนัก 2.3-5.4 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นน้ำหนักมาตรฐานของสุนัขสายพันธุ์มอลทีส นอกจากนี้จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมต่าง ๆ โดยรวมของน้องสุนัขสายพันธุ์มอลทีสว่าโดยปกติแล้วชอบทำกิจกรรมอะไร ผู้เลี้ยงได้มีการดูแลในรูปแบบใดเป็นพิเศษหรือไม่ รวมถึงนิสัยการกินอาหารของตัวสุนัขสายพันธุ์มอลทีสที่ถูกเลี้ยงด้วยว่ากินแบบใด ถูกและเหมาะสมกับน้ำหนัก อายุ หรือขนาดตัวโดยรวม หรือเหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำในประจำวันหรือไม่ ทุกอย่างล้วนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเจริญเติบโตอย่างสมวัยของสุนัขสายพันธุ์มอลทีสทั้งสิ้น โดยทางสมาคม The American Kennel Club (AKC) ได้มีการกล่าวถึงค่าของน้ำหนักสุนัขสายพันธุ์มอลทีสว่าโดยปกติแล้วนั้น ควรจะมีน้ำหนักน้อยกว่า 7 ปอนด์ หรือน้อยกว่า 3.2 กิโลกรัม ถ้าให้ดีเลยคือ ควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ประมาณ 4-6 ปอนด์ หรือ 1.8-2.7 กิโลกรัมถึงจะนับว่าเป็นน้ำหนักที่ดีและเหมาะสมกับสุนัขสายพันธุ์มอลทีสที่สุด